another day

posted on 12 Aug 2009 22:33 by amontheway

 Today i just wanna write down in English. ^^

 

I had nothing special today for Mom, just only simple hug and holding her hand as i often did. Mom said she don't need any item from me just need me to believe and follow what she says lol. I sometimes be a stubbon person. I knew it's not so good for some time...

Also for today, loneliness still lingers on my mind. Still asking from the heart that why?

Also no answer for it and still will ^^



Gonna go to work again tomorrow.

.....Mom and Dad i wanna be ur good girl who u can rely on..i hope u won't have to work hard and just stay home waiting for me home.. I really wanna give u this...I would try to have more inspiration...Love u

เหงาๆ

posted on 10 Aug 2009 22:26 by amontheway

    วันนี้เป็นวันจันทร์ ... วันแรกของการทำงานของสัปดาห์

ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ความรู้สึกมัน... ตกต่ำลง ที่วัยรุ่นมักเรียกว่าสภาวะจิตตก

ทำไมนะ... มันทรมานกับความรู้สึกแบบนี้

เหงาเหลือเกิน..เหงาใจจะขาด แต่ส่วนลึก ก็รู้ว่า คงไม่มีใครที่เติมเต็มเราได้

แม้แต่ตัวเรา ก็คงเติมเต็มใครไม่ได้เช่นกัน .. เราคงไม่ได้เกิดมาเพื่อใคร

และก็ไม่มีใครที่เกิดมาเพื่อเราจริงๆนะ...(ยกเว้นบุพการีที่แสนน่ารักของเราน่ะ^^)

....จะแปดเดือนแล้วสินะ ที่เราไม่มีเธอ บางครั้ง เราเองก็สงสัย ว่า เราไม่ได้รักเธอแล้ว

ไม่คิดถึงเธอแล้ว คิดว่าไม่เป็นไรแล้ว หรือเปล่านะ? แต่ทำไม บางที ยังมีน้ำตา มันมาจากไหนกันนะ

มาจากความรู้สึกอะไร หรือแค่เหงา ..บางครั้งลองคิดดูว่า หากเธอกลับมา เราจะกลับไปรักเธอได้หรือเปล่า

ก็แค่คิดเล่นๆ เธอคงไม่ได้กลับมาอีกแล้ว บางอารมณ์รู้สึกว่าดีแล้วที่อยู่คนเดียว.. แต่บางทีก็คิดว่า

มันดีจริงๆหรือเปล่านะ? 

เราไม่เคยคิดเลยว่า เรากับเธอจะต้องเลิกกัน การเลิกกันของเราหนนี้ มันทำให้เราหมดศรัทธากับคำว่า

ความรัก เข้าไปจริงๆ เธอ..คนที่เราไม่เคยคิดว่าจะเดินจากไปไหน กลับมาเดินจากไป มองอีกมุม ตอนเรามีเธอ

เราคงไม่ได้ถนอมความรู้สึกเธออย่างเพียงพอ ไม่ได้ทำอะไรให้เธอมากพอ... ไม่ทุ่มเทกับมันมากพอ...

 จะว่าไป เราอาจจะรักใครจริงๆไม่เป็นก็ได้ล่ะมั้ง ลึกๆ เราอาจจะแค่รักตัวเองหรือเปล่านะ แค่กลัวการไม่มีใคร

หรือเปล่านะ?


..... คำถาม ทุกความสงสัยที่เราได้ถามไป มันเพียงพอแล้วมั้งนะ ที่จะตอกย้ำตัวเองว่า

เราคงรักใครไม่เป็นจริงๆ

คงได้แต่อยู่กับความเหงา ที่ไม่ได้เติมเต็มใคร แล้วก็ไม่มีใครจะมาเติมเต็มได้

....ความรู้สึกนี้มันทรมานเนอะ

    บ่นไปให้ได้อะไรหนอเรา

ฮู้วว 4/08/09

posted on 05 Aug 2009 23:55 by amontheway

   วันนี้ไปตรวจงานที่บริษัท ซัพเป็นวันสุดท้ายละ... เหนื่อยจริง

วันนี้ก็เจอสิ่งไม่คาดฝันอีก

ลำดับหนึ่ง ... เพิ่งพบตอนบ่ายสามว่าสติกเกอร์ที่แปะบนตัวสินค้านั้น มันสีไม่เหมือนกัน กล่าวคือ มันมีสตอกเก่าอยู่ 100 แต่ต้องใช้สำหรับงานลอตนี้ 170 ทีแรกตั้งแต่อาทิตก่อนก็คอนเฟิมกันแล้วน๊าา ว่าทางซัพเค้าจะปรินอันใหม่ เพราะป้องกันปัญหาสีไม่เหมือนกันหากใช้สองลอตปนกัน สรุปคือเค้าใช้้ลอตเก่าผสมใหม่ แล้วลอตใหม่สีอ่อนมากกกก เป็นปัญหาเดิมๆที่เคยเกิดกับชิปเม้นที่แล้วด้วยหละ...เหนื่อยกายไม่พอ เหนื่อยใจนี่สิ ทีแรกอ้างด้วยนะว่า ยังติดไม่เสดเพราะแฟนเค้าเอาไปติดมั้นเบี้ยว ก็เลยต้องมาติดเพิ่ม...สรุปตอนที่รู้ว่าผิดแล้วคือ เอาลอตเก่า100 อันมาติด แล้วลอตใหม่มันคนละสี ....เค้าคิดว่าเรากับเจ้านายเปนฟายหรอไง ฟระ

ลำดับสอง ... รอลุ้น เพราะถุงใส่สินค้าจะมาตอนสี่โมงเย็น แต่ก้อไม่ได้มาตามนัด มาถึงอีกทีหกโมงครึ่งแน่ะ ก็เลยได้แพคเสดทุกอย่างรวมถึงงานที่ใช้ตัวสติกเกอร์ด้วย เสร็จก็ตอนสี่ทุ่ม วันนี้ถึงบ้านสี่ทุ่มครึ่ง....

 

เหนื่อยใจจังเลย เครียดมากด้วยอ่ะ....

ที่เครียดเพราะหนแรก ที่ได้รู้ว่าสติกเกอร์ไม่เหมอืนกัน แต่ซัพบอกว่า ยังไงก้อแก้ไม่ท้ันแน่ๆ สรุปเจ้านายเราเลยบอกว่างั้นส่งแต่สินค้าหลัก ส่วนตัวเสริมนี้ยังไม่ตอ้งส่ง ให้ทางซัพรับผิดชอบส่งทาง courier ไปทีหลังและค่าใช้จ่ายทั้งหมดขอให้ซัพรับผิดชอบ เนื่องจากการส่งไม่ทันเวลา....เท่านั้นล่ะครับ เค้าสามารถแจ้นนน ออกไปปรินสติกเกอร์ใหม่ได้.........................

       เรื่องนี้มันสอนให้รู้ว่า คนเราจะทำมันก็ทำได้ แต่จะทำหรือเปล่า

       คุณจะคิดยังไงกับสินค้าที่วางขายด้วยกัน แล้วมีชิ้นที่สติกเกอร์ สีเข้มอัน สีอ่อนอัน .....สลับกันแบบไร้เหตุผล

       มันอาจจะเป็นเรื่องเล็ก แต่เราว่าอะไรบางอย่างเล็กน้อย(ที่จริงก็ไม่เล็ก แต่อาจเล็กสำหรับบางคน) มันก็บอกคุณภาพและสิ่งอื่นๆได้อีกหลายๆอย่างในตัวของมัน

 

     You are what you eat..

     Your work shows how value you are....(ถูกป่าวหว่า?)

      อีกอย่าง เพิ่มเติมจากเมื่อวานนี้

      เราไม่ชอบเลย กับการที่คนที่เป็นผู้ใหญ่กว่าเรา ชอบชี้"นก" แล้วพยายามจะบอก ให้เรามองมันเป็น"ไม้" ซะให้ได้ :(  อย่างเมื่อวานมีปัญหาถุงใส่สินค้าแบ่งเป็นสามแบบ สรุปคือแก้ปัญหาโดยการยอมรับสองแบบ คือแบบสั้น กับยาว ที่เป็นลอตใหม่

    แต่ก่อนหน้าจะได้ข้อสรุปนี้นี้ก้อบู๊กันอยู่นานน...จนเรียกซัพพลายเออที่ทำถุงให้ซัพเรามาคุยก้ัน ปัญหาคือ ทำไมขนาดมันใหญ๋กว่ากัน หนึ่งนิ้ว รวมถึงเนื้อผ้าก็ต่างกันเล็กน้อยในลอตที่ส่งมาทีหลัง เค้าแก้ตัวว่า เค้าตัดผ้าเท่ากัน แต่ว่าคนงานมีหลายคน ฉะนั้นคล้ายๆกับเป็นงานทำมือ มันจะมีความคลาดเคลื่อนในทุกชิ้น -*- (ฟังขึ้นป่ะ? ) ทั้งๆที่ทุกชิ้นที่ส่งมาทีหลังมันก้อยาวเกินมาหนึ่งนิ้วหมด เราก็ได้แต่เงียบ เพราะงงงวยกับคำตอบที่ได้มา (อดทนไม่อยากถอนหงอกใคร) เราก้อมากระซิบคุยกับเจ้านายถึงเหตุผลที่ซํพของซัพนี้เค้าให้มา เจ้านายเราบอกว่า จะไปโทษลูกน้องเค้าได้ยังไงว่าเย็บได้ไม่เท่ากับทุกใบ ในเมื่อของนี้มันก็เกินมาหนึ่งนิ้งเท่ากันทุกอันสองร้อยอันแน่ะ นั่นหมายฟามว่า ลูกน้องเค้าอ่ะควบคุมการเย็บได้คงที่มากต่างหาก (สรุปคือ มันเป็นเพียงคำแก้ตัว...)

       แล้วมะวานซืน...ตอนที่ได้รู้ว่าถุงสินค้ามันมีปัญหาตั้งแต่แรก เพราะซัพมากระซิบบอกเรา เราก็ครุ่นคิดอยู่นานว่าจะทำยังไงดี จะบอกเจ้านายเราดีไหม เพราะว่าซัพเราเค้าถามเราว่า มีเบอร์ชิปปิงที่เราใช้แบบเบอส่วนตัวไหม(ตอนนั้นมัน 6 โมงเย็นแย้วว) แล้วเค้าก้อแจ้งปันหานี้กับเรา (ออกอาการเหมือนว่าจะส่งไม่ทันแน่ๆ)ตอนหลังเราเลยตัดสินใจบอกเจ้านายไป ก้อโดนเจ้านายด่าเลยว่า รุ้เมื่อไหร่ บลาๆๆๆๆ จะไปเลื่อนชิปเม้นได้ไง จะโดนค่าปรับนะะะ จนเราเริ่มขึ้นเสียงกลับไปบ้างว่า ไอก็บอกยูอยู่นี้ไง (ประมานว่าแล้วจะเอาไงกะตรู) เจ้านายโมโหจัดสั่งให้โทรหาซัพคุยให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้ (เจ้านายเราเค้าไม่ค่อยยอมคุยอะไรเองแล้ว) เราก็เครียดล่ะ แต่ก้อโทรไป พอคุยกัน เครียดกว่าเดิม ซัพบอกว่าผมไม่มีความจำเป็นที่จะต้องคุยกับเจ้านายคุณตอนนี้ ผมก็บอกเค้าไปแล้วนะเกี่ยวกับเรื่องนี้ (...อึงไม่ได้บอกเหมือนกะที่บอกตรูเมื่อกี้หนิ ...ฮึ่ม) แล้วก็เริ่มว่าเรากลับมาว่า คุณมีอะไรกับผมหรือเปล่าเนี่ย ผมแค่ถามคุณว่าคุณมีเบอร์ชิปปิงไหมก็แค่นั้นเอง แล้วคุณก็รีพอททุกอย่าง แล้วคุณก็ถูกด่า แล้วคุณก็มาโมโห........(อีนี่ด่าลูกค้า ทั้งที่ตัวเองก้อผิดเวะ)แล้วตอนนั้นเค้าสั่งให้เด็กเบรคอยู่ ตอนทุ่มนึง ส่วนเค้าเองก้อไปไหนไม่รู้ เหมือนแต่เรากับเจ้านายที่ทำงานต่อ (ทำตัวเปนคนงาน นั่งตัดแต่งชิ้นงาน เช็ด่คราบดำออก) เราก็ยืนยันว่า ยังไงก็ต้องขึ้นมาคุย หรือโทรมาหาเจ้านายเราตอนนี้ เพราะเรื่องสำคัญ เค้าสวนเรากลับมาว่า คุณณ...ผมกินข้าวอยู่ ... (อารมประมาณจะหาว่าเราไม่มีมารยาทอ้อมๆ คนกะลังแดรก ข้าว อารัยประมาณเน้!) (แต่อึงไม่แคร์เลยว่าลูกค้านั่งทำงานให้อยู่ แถมไม่ถามสักคำว่าจะทานอะไรไหม แค่มารยาทก้อยังดีว่ะ!) เราก็เงียบ เค้าก็เงียบ......................สักพัก เราเลยบอกไปว่า งั้นก็เชิญทานข้าวไปเถอะค่ะ แล้วเราก้อตัดสายไปเลย....

 

                เคยไหมที่รู้สึกไม่ได้รับการต้อนรับ รู้สึกเหมือนทำให้คนอื่นวุ่นวาย ต้องโดนเหน็บแนมว่าออเดอร์ก็น้อยกำไรก็น้อย ปลอ่ยพวกเค้า(หมายถึงเรากับเจ้านาย) ทำๆกันไปเถอะ....

 แต่ถ้าพวกเค้าคิดในแง่ดีก็คือ พวกเค้าจะปรับปรุงคุณภาพได้เร็ว ยอมรับงานที่ยากขึ้น มีระเบียบ มีคุณภาพขึ้น ก็คงจะน่าดีใจ...

 

                แต่คงไม่มั้ง

                เราคงทำได้แค่นี้ ทำดีที่สุด อดทนกับความรู้สึกทุกอย่างที่เกิด...

                มาเป็นป้าแก่ขี้บ่นเลยเราวันนี้.... 

                อย่าเพิ่งท้อน่า...

 

    วันนี้ครบรอบทำงานหนึ่งปีล่ะ อิอิ

edit @ 6 Aug 2009 00:33:24 by On the way